ในที่สุดวันที่ยิ่งใหญ่ก็มาถึง วันที่ผมจะได้มีมอเตอร์ไซค์เป็นของตัวเอง ผมโทรไปหาน้าเพื่อถามวัน และเวลา ที่ดีที่สุดที่จะซื้อมอเตอร์ไซค์ คุณน้าพูดว่าพระบอกกับท่านมาว่า จะซื้อมอเตอร์ไซค์วันไหนก็ได้ แต่ต้องสะดวกสำหรับผม และไม่มีอะไรเกิดขึ้นในวันนั้น พระท่านยังบอกผ่านมาด้วยว่าควรจะเป็นตอนเช้า มากกว่าตอนกลางวันหรือตอนเย็น ผมค่อนข้างที่อยากจะรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้น แต่ผมก็ขี้เกียจเกินกว่าที่จะไปยุ่งวุ่นวายเกี่ยวกับมัน ผมขอบคุณน้าของผมและก็วางโทรศัพท์
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมอธิษฐานสั้นๆที่ศาลพระภูมิในสวนหน้าบ้าน จากนั้นผมก็ไปซื้อมอเตอร์ไซค์กับคุณพ่อ เราไปถึงร้านมอเตอร์ไซค์ประมาณ 10 โมงเช้า
มอเตอร์ไซค์ที่ผมอยากได้ เรียกว่า “เวฟ 110“ (Wave 110) มันกำลังเป็นที่นิยมและมีผู้คนใช้กันมาก เป็นเพราะว่าราคามันกำลังดี ไม่แพงและไม่ถูกจนเกินไป
นอกจากนั้น คุณยังสามารถทำอะไรต่างๆได้อีกมากมายกับมัน คุณสามารถทำให้มันแรงขึ้น ดูเท่ห์ขึ้น ทำให้เสียงดังขึ้น ฯลฯ คนส่วนมากยังใช้มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้แข่งกันในตอนกลางคืนอีกด้วย ผมเคยไปดูพวกเขาขี่แข่งกันหลายครั้ง มันสนุกมาก แต่ก็จะไม่สนุกก็ต่อเมื่อตำรวจมา พวกเราต้องหนีอย่างเร็ว เพราะถ้าตำรวจจับเราได้ พวกเราจะต้องนั่งในสถานีตำรวจจนกระทั่งตะวันขึ้น
พ่อผมตรวจรถมอเตอร์ไซค์ และก็ออกไปลองขี่ข้างนอกสักพักหนึ่ง เมื่อท่านกลับมาก็พูดว่า มันไม่มีปัญหา และไม่มีอะไรผิดปกติ เราจ่ายเงินให้ทางร้าน และเขาก็ให้หมวกกันน็อคกับเสื้อแจ็กเก็ตฟรีกับผม พ่อกลับไปทำงานขณะที่ผมไปเติมน้ำมัน และก่อนที่พ่อจะไป ท่านได้บอกกับผมว่า ต้องสวมหมวกกันน็อคให้แน่ใจ
ผมถามพ่อว่า ทำไมต้องสวมหมวกกันน็อคด้วย ตำรวจในปากน้ำไม่เข้มงวด พ่อจ้องผมแล้วบอกว่า “ใส่มันไว้เถอะ และไม่ต้องที่จะคิดอย่างนั้น แล้ววันหนึ่งจะรู้เอง”
ครั้งแรกที่ผมเดินเข้าไปใกล้มอเตอร์ไซค์ ผมรู้สึกแปลกๆ แปลกมาก และตื่นเต้นมากๆ ตอนนี้ฝันของผมเป็นจริงแล้ว จากนั้นผมก็ขึ้นนั่งบนมอเตอร์ไซค์และขี่มันไปที่ปั๊มน้ำมัน
เวลาที่ผมขี่มัน ผมรู้สึกเหมือนกำลังบินอยู่ในอากาศ และโลกนี้ทั้งหมดเป็นของผม ผมรู้สึกว่ามีความสุขมากจริงๆ…ตั้งแต่ผมได้รถมอเตอร์ไซค์ ทุกสิ่งทุกอย่างง่ายขึ้นและสะดวกสบายมากขึ้น ผมใช้มันไปที่ทำการไปรษณีย์ ไปรับให้ผู้หญิง และขี่ไปรอบๆ ฯลฯ
โอ้ใช่ คุณจำได้ไหมที่ผมเคยบอกว่าตำรวจในเมืองของผมไม่เข้มงวดกับการสวมหมวกกันน็อค เอ่อ… ทายสิว่าเกิดอะไรขึ้นกับผมเมื่อวันก่อน
ผมถูกตำรวจเรียกให้หยุดแถวๆตลาด ในขณะที่ผมกำลังพาหญิงไปส่งที่บ้านเพื่อนเธอ ตำรวจได้ปรับเงินผมไป 200 บาท เพราะไม่สวมหมวกกันน็อค ตอนนี้ผมได้เรียนรู้แล้ว หลังจากเสียเงินไป 200 บาท เฮ้อ..อาจจะยังแน่ โปรดอ่านต่อเรื่อยๆ
ผ่านมาเกือบจะหนึ่งเดือนแล้ว และได้มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นตั้งแต่ผมซื้อรถมอเตอร์ไซค์ ผมได้คิดว่าผมควรเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น “พระพูดถูกแล้ว” ถึงตอนนี้ ผมถูกตำรวจเรียกให้หยุดถึง 2 ครั้ง เพราะไม่สวมหมวกกันน็อค และเพื่อนของผม 2 คนขอยืมรถมอเตอร์ไซค์ผม และเกิดอุบัติเหตุ ที่จริงแล้วคือเกิดอุบัติเหตุขึ้น 2 ครั้ง ในหนึ่งสัปดาห์โดยพื่อน 2 คน
อีกทั้งเมื่อวานนี้ ผมขี่ชนกับรถยนต์ในขณะที่ไปส่งแฟนกลับบ้าน ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่รถมอเตอร์ไซค์ของผมยับเยิน ผมได้นำมันไปซ่อมที่ร้านซ่อมรถแล้ว ผมหวังว่ามันจะเสร็จทันวันสงกรานต์ เพราะผมต้องการที่จะขี่มันไปข้างนอกกับพวกผู้หญิงของผม ถ้าผมไม่มีรถมอเตอร์ไซค์ ผมคงไม่มีความสุขอย่างแน่นอน
|